วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “มหกรรมการออม 52 ปี ทุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทุกอำเภอ และเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจังหวัดพัทลุง จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน
นายประโมทย์ ดำจวนลม พัฒนาการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 เพื่อพัฒนาคน พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และพัฒนาสังคม โดยได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2517 ที่ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล และได้กำหนดให้วันที่ 6 มีนาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พร้อมกำหนดช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออม เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการออมและการบริหารจัดการทุนชุมชน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แนวคิดและผลการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออม การมีวินัยทางการเงิน และการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน
ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การคัดเลือกและมอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่น และสมาชิกดีเด่นระดับอำเภอ การจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของกลุ่มออมทรัพย์จากทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดพัทลุง การอ่านสารอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 52 ปี วันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต การให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการออม รวมทั้งเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ ในการขับเคลื่อนทุนชุมชนและสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทุกอำเภอ คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต รวมถึงหน่วยงานภาคี เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ร่วมจัดนิทรรศการและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน