นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เห็นชอบมาตรการด้านพลังงาน เพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม
จังหวัดพัทลุงจึงได้ประกาศให้ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และขอความร่วมมือภาคเอกชน ตลอดจนประชาชน ร่วมดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้
ด้านการใช้พลังงานในอาคารสถานที่ ให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ระดับ 26–27 องศาเซลเซียส ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และปิดเครื่องปรับอากาศทันทีเมื่อเลิกใช้งาน รวมถึงปิดไฟส่องสว่างในช่วงพักกลางวัน และในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน เช่น ห้องประชุม ทางเดิน หรือจุดที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ
ด้านอุปกรณ์สำนักงาน ให้ตั้งค่าคอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานเมื่อไม่ได้ใช้งาน ปิดหน้าจอในช่วงพัก และลดการใช้กระดาษ โดยหันมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก พร้อมรณรงค์ให้ใช้บันไดแทนลิฟต์ในระยะใกล้ เพื่อลดการใช้พลังงาน
นอกจากนี้ ยังให้หน่วยงานพิจารณาปรับรูปแบบการทำงานเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือ Work From Home ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงภารกิจการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ
ในส่วนของการเดินทางไปต่างประเทศ ให้ชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปศึกษาดูงาน เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยปรับเปลี่ยนเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระดับพื้นที่ และลดผลกระทบที่จะส่งถึงประชาชนในระยะยาว
พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า “พลังงานทุกหน่วยมีความหมาย หากเราทุกคนช่วยกันวันนี้ จะช่วยให้จังหวัดพัทลุงสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างมั่นคง”
ทั้งนี้ จังหวัดพัทลุงได้มอบหมายให้อำเภอทุกแห่ง แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับทราบ และนำมาตรการไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป