🗓 วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง จังหวัดพัทลุงได้จัดงานรัฐพิธีเนื่องในวันสำคัญของชาติ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้
🔆 โดยนายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้ เครื่องราชสักการะ และกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน พร้อมด้วยนางวิมลมาศ วาจากิจ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง นายธราวุธ ช่วยเกิด และนางสาวศรอนงค์ สงสมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง แสดงถึงพลังความสามัคคีและความจงรักภักดีของชาวพัทลุง
✳ ภายในพิธีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ เริ่มจากประธานในพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้นได้ประกอบพิธีกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ และรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่ทรงสร้างคุณูปการแก่แผ่นดินไทยในหลากหลายด้าน
☸️ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถยิ่ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ทรงส่งเสริมการค้าทางทะเลอย่างกว้างขวาง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง รายได้จากการค้าขายกับนานาประเทศถูกนำมาใช้พัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
✡️ นอกจากนี้ ยังทรงปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีอากรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ส่งผลให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทรงมีวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงของชาติ โดยได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์เก็บรักษาไว้ใน “ถุงแดง” เพื่อใช้ในยามจำเป็นของแผ่นดิน ซึ่งต่อมาได้มีบทบาทสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติในสมัยรัชกาลถัดมา
✴️ ตลอดระยะเวลา 27 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศาสนา และศิลปวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบัน
🎯 การจัดงานรัฐพิธีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ชาติไทย และร่วมกันสืบสานคุณงามความดีของบรรพชนให้คงอยู่สืบไป