วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาริมเล บ้านปากประ จัดกิจกรรมเริ่มฤดูกาล ทำนาริมเล หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวทำต้นกล้า รอเจริญเติบโตงอกงาม เพื่อปักดำต้นข้าว ต้นเดือนมิถุนายน ช่วงน้ำทะเลลดลง และเก็บเกี่ยวปลายๆเดือนกันยายนของทุกปี รักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ อนุรักษ์สิ่งดีงาม ที่ทรงคุณค่าสู่คนรุ่นหลัง อย่างภาคภูมิและยั่งยืน 

🗓 วันนี้ 29 เมษายน 2568 ที่บริเวณแปลงนาริมทะเลสาบ โรงเรียนบ้านปากประ หมู่ที่ 8 ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนางสาวศรอนงค์ สงสมพันธ์ ปลัดจังหวัดพัทลุง นางศรุดา อินทร์ประพันธ์ นายอำเภอเมืองพัทลุง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาริมเล บ้านปากประ ร่วมกิจกรรมเริ่มฤดูกาลทำนาริมเล เพื่อเริ่มฤดูกาลผลิต ปี พ.ศ. 2568 โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ กข 43 พันธุ์ข้าว กข 55 และพันธุ์ข้าวหอมราชินี ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ลำต้นแข็งแรง มีรากลึก และต้นข้าวเมื่อเจริญเติบโตแล้วมีความสูง สามารถต้านทานกับสภาพแรงลม และคลื่นขนาดเล็กที่ซัดเข้าหาฝั่งได้ โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ ในช่วงปลายเดือนเมษายน หรือช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ต้นกล้าเติบโตเจริญงอกงาม พร้อมปักดำ ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ก็จะลงแขกปักดำต้นข้าว ทำนาริมทะเล ต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสม น้ำทะเลลดลง คลื่นลมเบา ทำให้ต้นข้าวที่ปักดำ สามารถลงบนดินโคลนจมอยู่ใต้ทะเลสาบอย่างมั่นคง และช่วงดังกล่าวถือว่าเป็นช่วง “ที่เริ่มฤดูกาลทำนาริมทะเลสาบ อย่างแท้จริง” และในช่วงเก็บเกี่ยวนั้น จะอยู่ปลายๆเดือนกันยายนของทุกปี เพราะหลังจากเดือนกันยายนไปแล้วนั้น ระดับน้ำในทะเลสาบจะสูง และคลื่นลมแรง จะทำให้เกิดความเสียหายได้

🎯 สำหรับวิถีทำนาในทะเลสาบ หนึ่งเดียวของประเทศไทย เกิดจากชาวประมงริมทะเลสาบสงขลาฝั่งจังหวัดพัทลุง ที่ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ การออกเรือหาปลา และเนื่องจากบ้านเรือนตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา จึงคิดค้นหาวิธีการเพาะปลูกพืชในทะเลสาบ หรือริมฝั่งริมทะเลสาบ เพื่อให้มีพืชผลผลิตเลี้ยงครอบครัว นอกเหนือจากการออกเรือ มีมาตั้งแต่บรรพบุรษ ซึ่งชาวบ้านคิดค้นการทำนาข้าวในทะเลสาบ โดยใช้พื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบ ที่เป็นดินโคลน เหมาะสำหรับปลูกต้นข้าวให้ทอดยาว ตามแนวชายฝั่งเกือบ 10 กิโลเมตร แต่ละแปลงจะทำนาจากชายฝั่งลงไปในทะเล ประมาณเกือบ 50 เมตร เป็นพื้นที่มีความอุดมสมบรูณ์มากที่สุด

🔆 ขณะที่นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เผยว่าการทำนาริมทะเลของจังหวัดพัทลุง เป็นหนึ่งเดี่ยวของประเทศไทย ที่ชาวบ้านเพาะปลูกพันธุ์ข้าวที่ลำต้นแข็งแรง มีรากลึก ทนต่อแรงคลื่นลม และเจริญเติบโตงอกงาม ได้ผลผลิตที่ดี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมายาวนาน สมควรอนุรักษ์สิ่งดีงาม ที่ทรงคุณค่าสู่คนรุ่นหลังอย่างภาคภูมิและยั่งยืน อีกทั้งการทำนาริมทะเลสาบ เป็นแหล่งเรียนรู้ประสบการณ์จริงของนักเรียน และคนรุ่นหลัง ถึงภูมิปัญญาการทำนาริมทะเล ช่วยสร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น พร้อมเป็นการสร้างความสมดุล ของระบบนิเวศริมทะเลสาบสงขลา ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ และที่สำคัญเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทำนาริมทะเล อีกด้วย

 

------------------------------------------------

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 074-612404


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ